บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ไวรัสตับอักเสบซี

โรคไวรัสตับอักเสบซี เข้าสู่ร่างกายแล้วจะเป็นอย่างไร?

รูปภาพ
โรคไวรัสตับอักเสบซี เข้าสู่ร่างกายแล้วจะเป็นอย่างไร? โรคไวรัสตับอักเสบซี มีสาเหตุมาจาก การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซี C โดยที่เชื้อนี้สามารถติดต่อกันได้ ผ่านช่องทางหลายช่องทาง เช่น การติดต่อผ่านทางเลือด การรับเลือด สารพันธุกรรม ผ่านทางการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในกรณีที่ผู้ติดเชื้ออยู่ในกลุ่มผู้เสพสารเสพติด หรือผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ ไม่ได้สวมถุงยางอนามัย เป็นต้น ในประเทศไทยเราพบว่า ค่าเฉลี่ยของประชากรทั้งหมด ประมาณร้อยละ 1-2 จะมีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีนี้ และพบได้มากทางในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อ ไวรัสตับอักเสบซี ได้เข้าไปในร่างกายของคนเราแล้ว มันจะอาศัยอยู่ที่ตับ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการอะไรเลย แต่จะไปตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือจากการบริจาคเลือด ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี อาจจะมีการอักเสบของตับเล็กน้อย แต่อาการเรื้อรังจากไวรัสตับอักเสบซีนี้ จะทำให้เกิดพังผืดในตับ และนำไปสู่ภาวะตับแข็ง หรือมีโอกาสกลายเป็น โรคมะเร็งตับ ในที่สุด สนใจยารักษาไวรัสตับอักเสบซีติดต่อที่นี่ Line id: thaihcv

การตรวจไวรัสตับอักเสบซีแบบซีรั่ม Anti-HCV Antibody

รูปภาพ
การตรวจไวรัสตับอักเสบซีแบบซีรั่ม Anti-HCV Antibody  หากคุณมีความเสี่ยงที่จะติด เชื้อไวรัสตับอักเสบซี แล้วมีโอกาสได้ไปไปพบคุณหมอ เพื่อขอทำการตรวจหาเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี  เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจขั้นต้นแบบซีรั่ม Anti-HCV Antibody ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น สำหรับผู้ที่สงสัยว่าตนเองมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี โดยเน้นย้ำถึง ข้อจำกัดของการตรวจ ด้วย Antibody คือ ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่อาจ ให้ผลลบปลอม อาจทำการส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจแบบ HCV-RNA ซึ่งผลเลือดจะถูกยึดเป็นหลักในการ วินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบซี   การตรวจด้วยวิธีวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ที่มีรายงานเป็นบวกหรือลบ การตรวจนับ ปริมาณไวรัสตับอักเสบซี โดยกำหนดค่าจุดตัดที่ใช้ในการรายงานผลเป็นลบอยู่ที่ ≤15 IU/ml อย่างไรก็ตาม อาจพิจารณาใช้ชุดตรวจด้วยวิธีวิเคราะห์เชิงคุณภาพที่มีจุดตัดใน การรายงานผลลบที่ ≤1,000IU/ml ได้ในบางประเทศ ที่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณทางสาธารณสุข การตรวจ แบบซีรั่ม Anti-HCV Antibody หากให้ผลบวกแต่ตรวจไม่พบ HCV-RNA แนะนำให้ตรวจซ้ำที่ 12 สัปดาห์ และ 24 ...

ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีกับอาหารที่ควรเลี่ยง

รูปภาพ
อาหารที่คนเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี ที่มี ภาวะไขมันพอกตับ ร่วมด้วย ควรเลี่ยงได้แก่ อาหารไขมันสูง      อย่างเช่น นม เนย กะทิ ชีส อาหารทะเล ไข่แดง ซึ่งมีแคลอรี่สูงมาก รวมไปถึงอาหารทอด เบเกอรี่ เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ อาหารแปรรูปที่มีส่วนประกอบของไขมันสัตว์ เช่น ไส้กรอก กุนเชียง อาหารอะไรก็ตาม ที่มีไขมันสูง ทุกชนิดควรหลีกเลี่ยง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์      การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเพิ่มภาระให้ตับทำงานหนักมากขึ้น และแอลกอฮอล์ยังอาจเหนี่ยวนำ การเกิด ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และโรคตับอื่นๆ เข้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ลดคาร์โบไฮเดรต      อาหารประเภทแป้ง ข้าว หากร่างกายได้รับมาก ๆ และไม่ได้นำออกไปใช้เป็นพลังงาน ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลสะสมเหล่านี้เป็นไตรกลีเซอไรด์ เสี่ยงต่อ ภาวะไขมันพอกตับ มากขึ้น โดยเฉพาะในมื้อเย็นควรทานอาหารประเภทแป้งให้น้อยลง น้ำอัดลม น้ำหวาน ชาเย็น กาแฟเย็น      น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ปั่น รวมทั้งชาเย็น กาแฟเย็นที่มีส่วนผสมของนมข้นหวาน ครีม เป็นเครื่องดื่มที่มีปริมา...

ระยะของโรคไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
เนื่องใน วันตับอักเสบโลก วันนี้จะมาอธิบายถึงระยะของการติดเชื้อของไวรัสตับอักเสบซี จนพัฒนาไปเป็นโรคร้ายแรงขั้นสุดให้ได้ทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจน วันตับอักเสบโลก ระยะที่ 1 การติดเชื้อเฉียบพลัน (6 เดือนแรก) หลังจาก ไวรัสตับอักเสบซี เข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ตัวไวรัสจะไหลต่อไปยังตับ ส่งผลให้มีการติดเชื้อในเซลล์ตับ และเชื้อไวรัสจะเริ่มเพิ่มปริมาณมากขึ้น ประมาณ 20% ของจำนวนไวรัสตับอักเสบซีมันเอง ซึ่งในระยะนี้สามารถกำจัดไวรัสออก ได้ด้วยตัวเอง ภายในไม่กี่เดือน ระยะที่ 2 การติดเชื้อเรื้อรัง ประมาณ 80% ของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่ไม่สามารถกำจัดไวรัสออกได้ด้วยตัวเองจะเกิด การติดเชื้อเรื้อรัง ระยะของโรคตับอักเสบ ระยะที่ 3 การอักเสบและการเกิดพังผืดที่ตับ ระยะนี้ไวรัสตับอักเสบซีจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นจากการฆ่า เซลล์ตับ ความเสียหายนี้จะทำให้ตับอักเสบ และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะเกิดเป็นเนื้อเยื่อแผลเป็นในตับเรียกว่า "พังผืด" ระยะนี้ไวรัสจะทำลายตับไปเรื่อยๆ มักจะใช้เวลามากกว่า 20-30 ปี โดยมากผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมักจะไม่แสดงอาการใดๆ ให้เห็นเลย ระ...

อาการต่างๆ ของไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
ตรวจไวรัสตับอักเสบซี อาการต่างๆ ของโรค ไวรัสตับอักเสบซ ีของแต่ละบุคคลนั้น มักจะแสดงออกไม่เหมือนกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะในบางรายก็มีอาการให้เห็นออกมาเด่นชัด แต่ในบางรายก็ไม่มีหรือมีอาการที่น้อยม ากจนไม่เป็นที่สังเกต ทั้งนี้ถึงได้มีองค์กรต่างๆ ช่วยกันรณรงค์โดยท ั่วไปให้ไป ตรวจหาเชื้อไวรัสตั บอักเสบซี เป็นประจำ ในกลุ่มบ ุคคลที่มีความเสี่ยงต่อโรค โดยอาการของโรคไวรัสตับอักเสบซ ีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโ รค ระยะเวลาแฝงตัวของเชื้อ และสภาพร่างกายเดิมของผู้ ติดเชื้อ แต่อาการจะค่อนข้างคล้ายคลึงกัน ให้เราสังเกตได้ ดังต่อไปนี้ รู้สึกเหนื่ อยง่าย อยากนอนหลับทั้งวัน พักผ่อนไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง  ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย หอบ ปวดเมื่อย ตามร่างกาย แขนขา ปวดหัวและปวดตามข้อต่างๆ มีไข้อ่อนๆ แต่ไม่สูงมาก ติดต่อกันหลายวัน และอาจมีผื่นขึ้น รู้สึกเบื่ออาหาร หรือทานอาห ารได้น้อยลงกว่าปกติ อาการไวรัสตับอักเสบซี รู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง บริเวณชายโครงด้านขว า เป็นๆ หายๆ ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม และอุจจาระมีสีซีด มีอาการดีซ่าน ( ตัวเหลือง ต...

ไวรัสตับอักเสบซีในเมืองเขตร้อน

รูปภาพ
ไวรัสตับอักเสบซีในเมืองเขตร้อน ไวรัสตับอักเสบซี เป็นสายพัน ธุ์ที่พบได้บ่อยในแถบเมืองเ ขตร้อน โดยเฉพาะในผู้ติดเชื้อที่ชอบดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เย็นๆ มากจนเกินไปจนทำให้เกิดการอักเส บของตับ สร้างความเสียหายนำไ ปสู่ ภาวะตับแข็ง แต่อาการจะค ่อยๆ พัฒนาไม่ได้แสดงออกให้เห็นทันที ตัวไวรัสตับอักเสบซีจะ แฝงตัวอยู่หล ายปี ตั้งแต่เริ่มมีการดื่มแ อลกอฮอล์ในส่วนที่เกินจาก 80 กรัมของเครื่องดื่มต่อวันใน เพศชาย และ 40 กรัมต่อวันในเพศหญิง และจะผันแปรตั้งแต่ โรคตับอั กเสบระดับอ่อน ที่ไม่มีอาการนานหลายสิบปี จนถึงตับอักเ สบขั้นรุนแรง จนถึงโรคตับวาย หากผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเ สบซีมีการตรวจค่า AST และ ALT จะพบว่ามี ค่าตับ ในระดับสูงผิดปกติ โรคตับกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังส่ง ผลต่อ เซลล์ตับ โดยตรง ทำให้การกระตุ้นโครงสร้างขอ งเซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ไม่ด ีพอ อาจเพิ่มโอกาสให้ มีความบกพร ่อง ทางพันธุกรรมเม็ดเลือดขา ว ผู้หญิงบางคนที่ติด ไวรัสตับ อักเสบซี อาจมีประจำเดือนที่ ผิดปกติไปจากเดิม หรือกลายเป็นคนที่ไม่มีประจ ำเดือนไปเลยก็มี เมื่อ เซลล์ตับ เกิดความเสียห ายอย่างต่อเนื่...

อวัยวะใดในร่างกายที่สำคัญที่สุด?

รูปภาพ
ตับและการทำงานของตับ หากจะถามว่าอวัยวะใดในร่างกายของคนเราที่สำคัญที่สุด หลายคนอาจจะคิดว่า "หัวใจ" หรือเปล่า เพราะหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกาย แต่ความจริงแล้วรู้หรือไม่ว่า  "ตับ" เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์เรา โดยมีน้ำหนักประมาณ 1 ใน 50 ของน้ำหนักตัวของคนเราเลยทีเดียว เช่น หากคุณมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ตับของคุณอาจจะหนักถึง 1 กิโลกรัมกว่าๆ เลยก็เป็นได้ เมื่อเป็นทารกแรกเกิด ตับจะมีขนาดใหญ่ถึง 1 ใน 18 ของตัวเด็ก เพราะฉะนั้นตับจึงถือเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายของคนเราอย่างมาก การทำงานของตับ ลักษณะของตับจะมี รูปร่างคล้ายลิ่ม ซ่อนตัวอยู่บริเวณชายโครงด้านขวาใต้กระบังลม มีกระดูกซี่โครงทางด้านขวากันไว้เป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สีของตับจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวมันเรียบ เทียบได้เหมือน ตับหมูหรือวัว ที่เราเห็นได้ทั่วไปในท้องตลาด ตับของมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ  ส่วนขวาที่เป็นส่วนใหญ่ของตับและ ส่วนซ้ายที่มีขนาดเล็กกว่าประมาณ 5-6 เท่า  เลือดที่ไหลเวียนภายในตับมีปริมาณมากซึ่งเป็นเลือดที่มาจากหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ...

ข้อจำกัดในการตรวจไฟโบรสแกน

รูปภาพ
ถึงแม้การตรวจตับผ่านวิธี FibroScan นั้นจะมีความสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บตัว และสามารถรู้ผลได้ทันที แต่ก็มีข้อจำกัดในการตรวจด้วยเช่นกัน ในกรณีที่ผู้ป่วย ไวรัสตับอักเสบซี บางราย อาจส่งผลกระทบได้หากทำการตรวจชนิดนี้ ซึ่งการตรวจ FibroScan จะต้องใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และผ่านการใช้งานโดยแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพราะเครื่องมือชนิดนี้ถูกออกแบบมาสำหรับการ ตรวจความผิดปกติของตับ เท่านั้น หากตรวจโดนอวัยวะอื่นๆ ภายในร่างกายอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้ในภายหลัง หรือในผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่มี อาการท้องมาน ท้องโต บวมอยู่แล้วก็ควรหลีกเลี่ยงการตรวจแบบ FibroScan เพราะคลื่นความถี่จากตัวเครื่องอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการรุนแรงได้ รวมทั้งคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่ด้วย อีกทั้งยังไม่สามารถใช้วิธีการตรวจชนิดนี้กับผู้ป่วยที่มีอุปกรณ์ติดอยู่ในร่างกาย เพราะคลื่นความถี่จะไปทำลายตัวอุปกรณ์ ทำให้เกิดความเสียหายหรือเกิดผลข้างเคียงได้นั่นเอง เพราะฉะนั้น ก่อนทำ การตรวจแบบไฟโบรสแกน จะต้องมีการซักประวัติ และตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนเสมอว่าควรทำการตรวจแบบนี้หรือไม่ เพื่อความปลอดภั...

มะเร็งตับที่เกิดจากไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
มะเร็งตับที่เกิดจากไวรัสตับอักเสบซี มะเร็งตับที่เกิดจาก ไวรัสตับอักเสบซี มักจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 3 เท่าเลยทีเดียว เพราะผู้ชายอาจมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้ง่ายกว่า หรืออาจจะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมาโดยไม่รู้ตัวจนเกิดสภาวะตับแข็งจากไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง โดยในอายุของผู้ป่วย มะเร็งตับ ที่มากกว่า 40 ปีในเพศชายและ 50 ปีในเพศหญิง อาการของ มะเร็งตับ ในระยะแรกจะไม่แสดงออกให้เห็นชัดเจน มีเพียงอาการเบื่ออาหาร จากที่เคยทานได้มากก็ลดจำนวนลงหรือไม่อยากทานอะไรเลยทั้งวัน พอทานอะไรเข้าไปก็รู้สึกแน่นท้อง ปวดท้อง และท้องมานขึ้น ส่งผลให้ น้ำหนักลด อย่างผิดปกติ ในขั้นตอนการรักษาก็สามารถทำได้หลายวิธีค่ะ แต่จะต้องคำนึงถึงสภาพและความรุนแรงของตับที่มีอยู่ก่อนแล้วของผู้ป่วย ในระหว่างที่กำลังรักษาอยู่ ผู้ป่วยมะเร็งตับ ที่เกิดจากไวรัสตับอักเสบซีควรรับประทานอาหารให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการทานถั่วป่นหรือพริกแห้ง ออกกำลังกายเบาๆ อย่างสม่ำเสมอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และงดสูบบุหรี่ พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อหายขาดจาก โรคไวรัสตับอักเสบซี และไม่ก่อให้เกิดความเส...

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
ดูแลตัวเองยังไงเมื่อป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเจ้า โรคไวรัสตับอักเสบซี ไม่ได้ติดต่อกันง่ายดายอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดกันในปัจจุบัน เพียงแต่ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีควรมีความระมัดระวังมากกว่าปกติ เกี่ยวกับ เลือด หรือสารคัดหลั่งของตนเป็นสำคัญ ผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีควรงดบริจาคเลือดและส่วนประกอบใดๆ ก็ตามของร่างกาย เพราะปัจจุบันได้มีการ ตรวจคัดกรอง เพื่อหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซีก่อนเสมอ หากสถานพยาบาลนั้นๆ พบว่าคุณมีเชื้อ ก็อาจทำให้เสียเวลาทั้งตัวคุณเองและเจ้าหน้าที่ได้ ถึงแม้คุณจะตั้งใจทำด้วย เจตนาที่ดี แต่หากเลือดของคุณยังมีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีก็อาจสร้างปัญหาให้แก่ผู้รับเลือดได้ ควรงดการสักหรือเจาะตามร่างกาย แยกของใช้ ของส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ เข็มฉีดยา ออกจากผู้อื่น เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ งดของมัน ของทอด ของหวาน อาหารรสจัด (เค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด) อาหารหมักดอง หรือวิตามิน สมุนไพรบางชนิด งดการดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไปกระตุ้น การทำงานของตับ ให้ทำงานหนัก และเกิดอาการอักเสบเร็วขึ้นได้ ควร...

รู้หรือไม่ ทำไม “ไวรัสตับอักเสบซี” คือภัยเงียบ

รูปภาพ
รู้หรือไม่ ทำไม “ไวรัสตับอักเสบซี” คือภัยเงียบ ลักษณะจำเพาะอย่างหนึ่งของ “โรคไวรัสตับอักเสบซี” กว่าที่คนไข้จะรู้ตัวว่าเป็นโรคได้ช้า ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยาก ทั้งที่หากพบเร็วจะสามารถรักษาให้หายได้ง่าย #ไวรัสตับอักเสบซี เป็นสาเหตุสำคัญของ โรคตับแข็ง และ มะเร็งตับ ถือเป็นภัยเงียบที่ผู้ป่วยมักเข้ารับการรักษาก็ต่อเมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว เหตุผลหลักมาจากการที่โรคไวรัสตับอักเสบซีนั้นจะเข้าไปค่อยๆ ทำลายตับของผู้ป่วย ซึ่งตับสามารถทำงานทดแทนส่วนที่เสียหายได้ ผู้ป่วยส่วนมากจึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ แม้ตับจะถูกทำลายไปเกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม โดยอาจเริ่มแสดงอาการเมื่อตับถูกทำร้ายไปกว่า 80% เลยทีเดียว โดยมะเร็งตับ ก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยในจำนวนที่สูงเป็นอันดับ 2 รองจาก โรคมะเร็งปอด เลยทีเดียว โดยสาเหตุหลักๆ ที่ก่อให้เกิดมะเร็งตับนั้นเกิดจากการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการแน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย และไม่รู้สึกอยากอาหาร ปวดท้องบริเวณด้านขวาตอนบน ท้องบวม มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่ค่อยสะดวก จนมีภาวะ ตัวเหลือง ตาเหลือง...

การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบซี เพื่อการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อดูระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย และหาเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี ในจำนวนที่ชัดเจน หากพบว่าปริมาณภูมิคุ้มกันร่างกายยังปกติดี นั่นหมายถึงผู้นั้นเคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี แต่หากพบว่าเชื้อไวรัสยังคงอยู่ แพทย์จะทำการทดสอบด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อตรวจวัดระดับเชื้อไวรัสตับอักเสบซีในเลือด โดยยึดจากกองควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ที่แนะนำให้มีการ ตรวจเลือด กับบุคคลที่เข้าข่ายเหล่านี้ 🔹 ทุกคนที่เกิดระหว่างปี 1945-1965 🔹 ผู้ที่เคยเสพยา โดยใช้วิธีฉีดยาเข้าเส้นเลือด 🔹 ผู้ที่เคยรับบริจาคเลือด หรืออวัยวะก่อนปี 1992 🔹 ผู้ที่ต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม 🔹 ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี หรือเป็นโรคร้ายแรงเกี่ยวกับตับ 🔹 เด็กทารกที่เกิดจากแม่ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี 🔹 ผู้ที่สัมผัสเลือดของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบซี จะติดต่อโดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในผู้ติดยาเสพติด หรือใช้ของมีคมร่วมกัน เช่น มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ การสักลายผิวหนัง การเจาะหู เป็นต้น รวมไปถึงการรับ...