บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ การตรวจไวรัสตับอักเสบซี

การตรวจหาไวรัสตับอักเสบซีผ่านห้องแล็บ

รูปภาพ
การตรวจหาไวรัสตับอักเสบซีผ่านห้องแล็บนั้น จะทำการตรวจภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า Anti-HCV ที่บ่งชี้ว่า คุณมีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอยู่ ณ ปัจจุบัน หรือเคยมีไวรัสตับอักเสบซีอยู่แล้ว หากผลออกมาเป็นบวก แสดงว่า เคยมีการติดเชื้อมาก่อน โดยขณะนั้น อาจมีหรือไม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหลงเหลืออยู่ในเลือดก็เป็นได้ ในขั้นตอนของการนับปริมาณเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ถือเป็นการตรวจที่สำคัญก่อนรับการรักษาจากแพทย์ โดยแล็บจะใช้วิธีการตรวจแบบ PCR (Polymerase Chain Reaction) หากผลออกมาเป็นบวกก็ยืนยันได้ทันทีว่าคุณติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอย่างแน่นอน แล็บจะทำการตรวจ การทำงานของตับ ควบคู่ไปด้วย เพื่อดูค่าการอักเสบของตับ 2 ค่านี้ AST และ ALT ในบางรายแพทย์อาจสั่งให้มีการ เจาะชิ้นเนื้อตับ เพื่อการวินิจฉัยโรค หรือการทำ ไฟโบรสแกน กับผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี หากรวบรวมผลทั้งหมดแล้ว แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี ว่าเป็น โรคไวรัสตับอักเสบซี แบบเฉียบพลัน จะต้องมีการตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลอีกใน 2-8 สัปดาห์ หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซีแบบเรื้อรัง จะพบผลแล็บที่แสดงอาการตับอักเสบมากกว่า 6 เดือน-...

การตรวจยืนยันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
การตรวจยืนยันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี การตรวจยืนยันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (HCV viral load: HCV RNA-Quantitative) หากผลการตรวจได้ค่าน้อยกว่า 5,000 IU/ml แสดงว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี แต่ยังไม่รุนแรงมากและยังไม่เข้าเกณฑ์ได้รับการรักษาตามแนวทางกํากับการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี ด้วยยา Peginterferon+Ribavirin และยาในกลุ่ม DAA (Sofosbuvir และ Sofosbuvir+Ledipasvir) เนื่องจากความรุนแรงของโรคไวรัสตับอักเสบซีจะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ ให้กลับมาตรวจ HCV viral load ซ้ําเพื่อติดตามดูปริมาณของไวรัสในปีถัดไปนับจากการตรวจครั้งล่าสุด 12 เดือนขึ้นไปค่ะ แต่หากผลการตรวจได้ค่าตั้งแต่ 5,000 IU/ml ขึ้นไปแสดงว่ามีการติดเชื้อ และเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการรักษาตามแนวทางกํากับการใช้ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีด้วยยา Peginterferon+Ribavirin และยาในกลุ่ม DAA (Sofosbuvir และ Sofosbuvir+Ledipasvir) ซึ่งในกรณีนี้ต้องมีการตรวจประเมินการรักษาพิจารณาตามแพทย์ในขั้นตอนต่อไป ในกรณีที่การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV) แล้วได้ผลเป็นบวก (positive) จะต้องทำการตรวจเลือดหาปริมาณ RNA ของไวรัสเพื...