บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ การดูแลรักษา

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซี ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีหลังจากทำการรักษาจนไวรัสลดต่ำลงมากแล้ว หรืออยู่ในสถานะที่ ตรวจไม่พบเชื้อ ควรดูแลรักษาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบซีเพิ่มเติม หรืออัพเดทความรู้อยู่เสมอ หากมีอะไรจะได้บอกกล่าวคนในครอบครัวหรือบุคคลใกล้เคียงที่อาจมีความเสี่ยงติด เชื้อไวรัสตับอักเสบซี ผู้ที่มีเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะไม่ส่งผลดีต่อตับและสุขภาพในระยะยาว เพราะผู้ป่วยมีโรคตับอักเสบอยู่ก่อนแล้ว หากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ และ ไวรัสตับอักเสบบี ควรจัดการฉีดเสียให้เรียบร้อย เพราะผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมีแนวโน้มในการติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ และมีการดำเนินโรคที่รุนแรงหากติดเชื้ออื่นเพิ่ม ในส่วนของผู้ป่วยที่มี โรคอ้วนลงพุง ร่วมด้วย มักมีอาการของโรคตับลุกลามค่อนข้างเร็วขึ้น ควรปฏิบัติตนเพื่อลดภาวะดังกล่าวด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ควรพบแพทย์ โรคระบบทางเดินอาหาร และตับอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 3-6 เดือน เพื...

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
ดูแลตัวเองยังไงเมื่อป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเจ้า โรคไวรัสตับอักเสบซี ไม่ได้ติดต่อกันง่ายดายอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดกันในปัจจุบัน เพียงแต่ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีควรมีความระมัดระวังมากกว่าปกติ เกี่ยวกับ เลือด หรือสารคัดหลั่งของตนเป็นสำคัญ ผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีควรงดบริจาคเลือดและส่วนประกอบใดๆ ก็ตามของร่างกาย เพราะปัจจุบันได้มีการ ตรวจคัดกรอง เพื่อหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซีก่อนเสมอ หากสถานพยาบาลนั้นๆ พบว่าคุณมีเชื้อ ก็อาจทำให้เสียเวลาทั้งตัวคุณเองและเจ้าหน้าที่ได้ ถึงแม้คุณจะตั้งใจทำด้วย เจตนาที่ดี แต่หากเลือดของคุณยังมีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีก็อาจสร้างปัญหาให้แก่ผู้รับเลือดได้ ควรงดการสักหรือเจาะตามร่างกาย แยกของใช้ ของส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ เข็มฉีดยา ออกจากผู้อื่น เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ งดของมัน ของทอด ของหวาน อาหารรสจัด (เค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด) อาหารหมักดอง หรือวิตามิน สมุนไพรบางชนิด งดการดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไปกระตุ้น การทำงานของตับ ให้ทำงานหนัก และเกิดอาการอักเสบเร็วขึ้นได้ ควร...

ไวรัสตับอักเสบซีรักษาอย่างไร

รูปภาพ
เมื่อติดเชื้อไวรัสตับอักเส บซีแล้วจะรักษาอย่างไร เป้าหมายการรักษาในปัจจุบัน  คือ การกำจัดเชื้อให้หายขาดอย่า งถาวร โดยประเมินจากจำนวนเชื้อ ไวร ัสตับอักเสบซี ในเลือดหลังการรักษาด้วยย า การทำให้พยาธิสภาพของตับดีข ึ้น ทำให้ตับอักเสบหายไป ป้องกันตับแข็งและมะเร็งตับ ยามาตรฐานที่มีในประเทศไทยใ นปัจจุบันได้แก่ ➡️ Pegylated interferon alfa-2a และ alfa-2b ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ➡️ Ribavirin รับประทาน ขนาด 800-1200 มิลลิกรัม/วัน ➡️ Boceprevir รับประทาน ขนาด 800 มิลลิกรัม/วัน วันละ 3 ครั้ง ➡️ Sofosbuvir รับประทานขนาด 400 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ➡️ Daclatasvir รับประทานขนาด 60 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ➡️ Ledipasvir รับประทานขนาด 90 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไวรัสเกิดการ ดื้อยาได้ง่าย การใช้ยารักษาต้องใช้ยาหลาย ชนิดที่มีกลไกการออกฤทธิ์ใน การฆ่าเชื้อไวรัสในแตกต่างก ันร่วมกัน ซึ่งการติด เชื้อไวรัสตับอัก เสบซี แต่ละสายพันธุ์จะมีสูต รยาที่ใช้รักษาและเวลาการรั กษาแตกต่างกันด้วย โดยทั่วไปใช้เวลารักษานาน 12-48 เดือน แต่ในระหว่างการรักษา แพทย์จะประเมินผลการรักษาเป ็นระยะ เพื่อปรับแผนการร...

การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
สำหรับครอบครัวใดที่มีบุตรห ลาน หรือญาติที่ป่วยเป็นโรคไวรั สตับอักเสบซี  ก็มีคำแนะนำสำหรับวิธีการดู แลตัวเองเบื้องต้นดังนี้  1. หยุดรับบริจาคเลือด  2. แยกอุปกรณ์มีคม เช่น มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ  แปรงสีฟัน ไม่ใช้ปนกับของคนอื่น  3. งดการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน 4. การสัก เจาะ ควรใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน  และห้ามนำไปใช้กับคนอื่น 5. งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ เพราะการดื่มเพียง 20-30 กรัมต่อวัน (เบียร์ 1 กระป๋อง หรือไวน์ 1 แก้ว) จะเพิ่มความรุนแรงของตับมาก ขึ้น และถ้าดื่มมากกว่า 50 กรัมต่อวัน จะทำให้เกิด ตับแข็ง เร็วขึ้น 6. หลีกเลี่ยงสารพิษอื่นๆ เช่น อาหารเสริม สมุนไพร ที่ไม่ทราบส่วนประกอบหรือผล ข้างเคียงที่มีขายทั่วไป โดยไม่ได้รับการรับรองจากแพ ทย์ เพราะอาจทำให้ ตับอักเสบ ขึ้น  หรือเกิดตับแข็งเร็วขึ้น 7. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมสำส่อนทา งเพศ หรือพฤติกรรมทางเพศที่รุนแร ง เปลี่ยนคู่นอนบ่อย 8. ควรมาพบแพทย์ทุก 3-6 เดือน แม้จะไม่มีอาการอะไร หรือมาตามนัดของแพทย์ทุกครั ้ง เพื่อตรวจว่ามีตับอักเสบหรื อไม่ หรือเริ่มเป็นตับแข็งหรือยั ง หรือเพื่อ ตรวจคัดกรองมะเร็ง ...