บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ โรคตับ

ผู้หญิงไวต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าผู้ชาย

รูปภาพ
รู้หรือไม่ว่า? ผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี มีความไวต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มากกว่าผู้ชายที่ป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี แพทย์จึงแนะนำว่า ไม่ควรดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษา หรืองดไปได้ตลอดก็จะดีมากเลยทีเดียว เนื่องด้วยผู้หญิงมีความเสี่ยงที่ตับ จะได้รับอันตรายด้วยเหตุที่มี แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส (Alcohol Dehydrogenase) น้อยกว่าผู้ชาย ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นแอลดีไฮด์ก็คือ ไอ้ตัวนี้มันจะเข้าไปขัดขวางและ ทำลายโมเลกุล ของแอลกอฮอล์ลง และแปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็น คาร์บอนออกไซด์ ไฮโดรเจน และออกซิเจน ซึ่งจะเป็นกระบวนการเดียวกับที่ร่างกายเราย่อยสลาย เผาผลาญแอลกอฮอล์ในตับของเรานั่นเอง พอผู้หญิงเรามีน้อยแอลกอฮอล์ก็เข้าสู่ตับได้มากกว่า เราจึง เมาเร็วกว่าผู้ชาย  อีกทั้งสรีระของผู้หญิงเล็กกว่าผู้ชาย ถึงแม้จะดื่มแอลกอฮอล์ไปในปริมาณที่เท่ากัน แต่ความเข้มข้นก็จะไม่เท่ากัน ข้อสุดท้าย ปริมาณน้ำในร่างกาย ของผู้หญิงจะน้อยกว่าผู้ชายอีกเช่นกัน แอลกอฮอล์เป็นสารที่ละลายในน้ำ เมื่อน้ำมีน้อย แอลกอฮอล์ในเลือดก็จะเข้มข้นมากกว่าปกติทำให้ ส่งผลร้ายต่อ...

ตับทำหน้าที่อะไร ?

รูปภาพ
ตับทำหน้าที่สะสมอาหารต่างๆ  เอาไว้ใช้เมื่อร่างกายต้องก าร เช่น เก็บน้ำตาลกลูโคส ในรูปของ ไก ลโคเจน สะสมไว้ในตับ เมื่อร่างกายต้องการพลังงาน ก็จะเปลี่ยนไกลโคเจนกลับมาเ ป็นกลูโคส ส่งไปที่ต่างๆ ของร่างกายเพื่อเอาไปใช้เป็ นพลังงานต่อไป ผู้ป่วยที่ตับอักเสบขั้นรุน แรงจะมี น้ำตาลในเลือดต่ำ เลย เป็นที่มาของคำพูดที่ว่า เป็นโรคตับให้ทานน้ำหวาน ซึ่งที่จริงแล้วจะต้องทานต่ อเมื่อตับเสียไปมากๆ ตอนระยะท้ายๆ ของโรคตับ ฉะนั้น อย่ าไปทานน้ำหวาน กันโดยไม่จำเป ็น ตับทำหน้าที่ ขับถ่ายของเสีย ในรูปของน้ำดี ออกมาทางท่อน้ำดี แล้วลงไปออกที่ลำไส้เล็กส่ว นต้น น้ำดีนอกจากจะเป็นของเสียที ่ร่างกายขับออกมาแล้ว ยังมีน้ำที่เป็นของดีปนอยู่ ด้วย ที่ว่ามีของดีปนออกมาก็เพรา ะว่าน้ำดีนั้นใช้ช่วยในการย ่อยอาหารประเภทไขมัน ช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ต ้องใช้ไขมันร่วมด้วย คือ วิตามิน เอ ดี อี และ เค คนที่ท่อน้ำดีอุดตันก็จะมีต าเหลือง ตัวเหลือง คันเพราะของเสียขับออกมาไม่ ได้ นานๆ เข้าอุจจาระจะสีซีด ท้องเสียเวลาทานของมัน ขาด วิตามิน ที่เห็นชัดเห็นผล เร็วก็คือ การขาดวิตามินเค (K) เลือดจะแข็งตัวไม่ดี เลือดออกแล้วไหล...

อาการต่างๆ ของไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
ตรวจไวรัสตับอักเสบซี อาการต่างๆ ของโรค ไวรัสตับอักเสบซ ีของแต่ละบุคคลนั้น มักจะแสดงออกไม่เหมือนกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะในบางรายก็มีอาการให้เห็นออกมาเด่นชัด แต่ในบางรายก็ไม่มีหรือมีอาการที่น้อยม ากจนไม่เป็นที่สังเกต ทั้งนี้ถึงได้มีองค์กรต่างๆ ช่วยกันรณรงค์โดยท ั่วไปให้ไป ตรวจหาเชื้อไวรัสตั บอักเสบซี เป็นประจำ ในกลุ่มบ ุคคลที่มีความเสี่ยงต่อโรค โดยอาการของโรคไวรัสตับอักเสบซ ีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโ รค ระยะเวลาแฝงตัวของเชื้อ และสภาพร่างกายเดิมของผู้ ติดเชื้อ แต่อาการจะค่อนข้างคล้ายคลึงกัน ให้เราสังเกตได้ ดังต่อไปนี้ รู้สึกเหนื่ อยง่าย อยากนอนหลับทั้งวัน พักผ่อนไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง  ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย หอบ ปวดเมื่อย ตามร่างกาย แขนขา ปวดหัวและปวดตามข้อต่างๆ มีไข้อ่อนๆ แต่ไม่สูงมาก ติดต่อกันหลายวัน และอาจมีผื่นขึ้น รู้สึกเบื่ออาหาร หรือทานอาห ารได้น้อยลงกว่าปกติ อาการไวรัสตับอักเสบซี รู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง บริเวณชายโครงด้านขว า เป็นๆ หายๆ ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม และอุจจาระมีสีซีด มีอาการดีซ่าน ( ตัวเหลือง ต...

อวัยวะใดในร่างกายที่สำคัญที่สุด?

รูปภาพ
ตับและการทำงานของตับ หากจะถามว่าอวัยวะใดในร่างกายของคนเราที่สำคัญที่สุด หลายคนอาจจะคิดว่า "หัวใจ" หรือเปล่า เพราะหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกาย แต่ความจริงแล้วรู้หรือไม่ว่า  "ตับ" เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์เรา โดยมีน้ำหนักประมาณ 1 ใน 50 ของน้ำหนักตัวของคนเราเลยทีเดียว เช่น หากคุณมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ตับของคุณอาจจะหนักถึง 1 กิโลกรัมกว่าๆ เลยก็เป็นได้ เมื่อเป็นทารกแรกเกิด ตับจะมีขนาดใหญ่ถึง 1 ใน 18 ของตัวเด็ก เพราะฉะนั้นตับจึงถือเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายของคนเราอย่างมาก การทำงานของตับ ลักษณะของตับจะมี รูปร่างคล้ายลิ่ม ซ่อนตัวอยู่บริเวณชายโครงด้านขวาใต้กระบังลม มีกระดูกซี่โครงทางด้านขวากันไว้เป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สีของตับจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวมันเรียบ เทียบได้เหมือน ตับหมูหรือวัว ที่เราเห็นได้ทั่วไปในท้องตลาด ตับของมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ  ส่วนขวาที่เป็นส่วนใหญ่ของตับและ ส่วนซ้ายที่มีขนาดเล็กกว่าประมาณ 5-6 เท่า  เลือดที่ไหลเวียนภายในตับมีปริมาณมากซึ่งเป็นเลือดที่มาจากหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ...

ไวรัสตับอักเสบซีที่มีภาวะไขมันพอกตับร่วม

รูปภาพ
ไวรัสตับอักเสบซีที่มีภาวะไขมันพอกตับร่วม มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี จำนวนมาก ที่มักจะตรวจพบว่ามีภาวะไขมันพอกตับร่วมด้วย ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายของผู้ติดเชื้อไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานเข้าไป ออกมาใช้งานให้หมด จึงสะสมเป็นไขมันในรูปของ ไตรกลีเซอไรด์ ในตับนั่นเอง สัญญาณเตือน ที่อาจบ่งชี้ว่าตับของคุณเริ่มมีปัญหา จากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี จนเข้าสู่ภาวะไขมันพอกตับ มีดังนี้ เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น มีพุง หรือไขมันส่วนเกิน ลดน้ำหนักยากกว่าคนอื่นหรือเพื่อนๆ ด้วยกัน ตรวจเช็คระดับคอเลสเตอรอลสูง ตรวจพบไตรกลีเซอไรด์ในเลือด มีค่าสูง ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานร่วมด้วยกับการติดเชื้อ รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ทำงานไม่ได้ เจ็บตึงบริเวณชายโครงด้านขวาด้านบนอยู่บ่อยครั้ง มีอาการเบื่ออาหาร หรือคลื่นไส้ อาเจียนบ่อย หากมีอาการเหล่านี้ให้ รีบพบแพทย์   เพื่อวินิจฉัยภาวะไขมันพอกตับให้เร็วที่สุด  โดยผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี จะต้องทำการรักษาในส่วนของจำนวนไวรัสให้ลดลงเสียก่อนหรืออยู่ใน สภาวะที่หายขาด แล้ว จึงจะเริ่มรักษาภาวะไขมันพอกตับ...

โรคไขมันคั่งสะสมในตับ

รูปภาพ
โรคไขมันคั่งสะสมในตับ คือภาวะที่มีการสะสมของไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ ไตรกลีเซอรายด์ อยู่ในเซลล์ของตับซึ่งอาจมีเพียงแค่ไขมันคั่งอยู่ในเซลล์ตับ หรือมีอาการอักเสบของตับร่วมด้วย โดยทั่วไปแล้วจะมีสาเหตุต่างๆ มากมายที่สามารถทำให้เกิดภาวะไขมันคั่งสะสมในตับได้ สาเหตุที่พบบ่อยคือจาก การดื่มสุรา การใช้ยาบางชนิด หรือสารพิษ, ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะทองแดงคั่งในร่างกาย (Wilson’s Disease) เป็นต้น แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะภาวะไขมันคั่งสะสมในตับ ที่ไม่ได้เกิดการจากดื่มสุรา ซึ่งทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า Non-Alcoholic Fatty Liver Disease ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการใดๆ ให้เห็นอย่างเด่นชัด หรือมักจะตรวจ พบโดยบังเอิญ จากการมาเจาะเลือดเช็คสุขภาพ ในบางรายอาจมีอาการปวดแน่นบริเวณ ใต้ชายโครงขวา ในบางรายอาจจะมีอาการอ่อนเพลียง่าย เมื่อโรคตับเข้าสู่ระยะเวลาของโรคมากพอสมควรแล้ว การตรวจร่างกายผู้ป่วยมักจะพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติยกเว้นอาจจะพบว่าผู้ป่วยอาจจะอ้วน ซึ่งมักจะเป็นอ้วนแบบลงพุง และในกรณี ผู้ป่วยที่มีตับแข็ง แล้วก็อาจตรวจเจอลักษณะของโรคตับเรื้อรังหรือตับแข็งร่วมด้วย สนใจยารักษาไวรัส...

ตับทำงานไม่ปกติจากเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
ตับทำงานไม่ปกติจากเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เมื่อตับของเราไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอย่างที่มันควรจะเป็น เนื่องจาก เชื้อไวรัสตับอักเสบซี ของเสียจะเกิดการคั่งอยู่ในร่างกาย หากไม่ทำการรักษาอาจจะเข้าขั้นโคม่าและเกิดการเสียชีวิตตามมาได้ การทำลายเซลล์ตับและ เกิดพังผืด ตามมานั้นจะต้องรักษาด้วยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ หากมีตับแข็งแล้วสามารถทำได้ด้วยการประคองและรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เพราะหากตับบริเวณใดที่สูญเสียไปแล้วก็จะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติเหมือนเดิม ทั้งนี้หากคุณรู้ตัวว่าเป็นนักดื่มก็ขอให้หยุดเสียเถอะ ควรปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะอนามัย ระมัดระวังการติดเชื้อในที่ชุมชน และ ปรึกษาแพทย์ ก่อนการใช้ยาใดใดทุกครั้ง โดยเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ว่ามันมีสายพันธุ์อยู่ด้วยกันถึง 6 สายพันธุ์หลักๆ ได้แก่ สายพันธุ์ที่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 สายพันธุ์ที่พบมากทั่วโลก คือ สายพันธุ์ที่ 1 ส่วนสายพันธุ์ที่รักษาได้ยากที่สุดในปัจจุบันคือ สายพันธุ์ที่ 3 ซึ่งจะแยกย่อยออกไปอีก หากทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ไวรัสตับอักเสบซีสามารถติดต่อได้หลายช่องทาง ทั้งจากการรับเ...