บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ยาไวรัสตับอักเสบซี

เราจะต้าน โรคไวรัสตับอักเสบซี ได้อย่างไร ?

รูปภาพ
เราจะต้าน โรคไวรัสตับอักเสบซี ได้อย่างไร ? แม้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันในการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี ได้ แต่เราสามารถต้าน โรคไวรัสตับอักเสบซี ได้ด้วยการป้องกันตัวเองเบื้องต้น หรือหลีกเลี่ยง ปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ดังต่อไปนี้ ไวรัสตับอักเสบซี สามารถติดต่อผ่านได้ทางเลือด เพราะฉะนั้นหากคุณมีประวัติการรับเลือดที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองที่มีมาตรฐานมาก่อน ควรรีบตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซีโดยเร็ว ไวรัสตับอักเสบซี สามารถติดต่อผ่านได้ทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ไม่ใช้ถุงยางอนามัย แต่หากคุณไม่มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ก็ลดความเสี่ยงนี้ลงไปได้มาก หรือในกรณีแฟนที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอยู่แล้ว ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ตามปกติ เพียงแต่ระมัดระวังและป้องกันเสมอ ไวรัสตับอักเสบซี สามารถติดต่อผ่านได้ทางการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ในกรณีที่คุณเสพสารเสพติด ควรหลีกเลี่ยงและตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสเอชไอวี และโรคติดต่ออื่นๆ ด้วย หากคุณมีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอยู่แล้ว หลังจากการรักษา ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะ สุขภ...

การตรวจไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
การตรวจไวรัสตับอักเสบซี โรคไวรัสตับอักเสบซี หรือภาษาอังกฤษว่า Hepatitis C virus นั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคตับอักเสบชนิดเฉียบพลันและโรคตับอักเสบชนิดเรื้อรัง อ้างอิงตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ปี พ.ศ.2560 พบว่ามีผู้ป่วยโรค ไวรัสตับอักเสบซีชนิดเรื้อรัง ประมาณ 71 ล้านคนทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ ประมาณ 4 แสนรายต่อปี ไวรัสตับอักเสบซี สามารถติดต่อผ่านทางการรับเลือด ผ่านจากแม่สู่ลูก และผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน โดยผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีประมาณ 55-85% ที่ไม่ได้ทำการรักษา จะพัฒนาไปเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับแข็ง และ โรคมะเร็งตับ ได้ในอนาคต ปัจจุบัน ทางการแพทย์สามารถ ตรวจโรคไวรัสตับอักเสบซี ได้อย่างละเอียดขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งสามารถตรวจได้ว่า ไวรัสตับอักเสบซีนั้นเป็น สายพันธุ์ ย่อยสายพันธุ์ใด (มีจำนวน 6 สายพันธุ์) นอกจากนี้ ยังมีตัวยาต้านไวรัสตับอักเสบซีชนิดรับประทาน ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมด้วย ช่วยให้ผู้ติดเชื้อหายขาดจากโรคได้โดยมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่ายาฉีดแบบเก่า ดังนั้นการตรวจหาผู้ป่วยที่ติด เชื้อไวรัสตั...

การติดต่อของไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
สำหรับการแยกว่าอาการที่ป่ว ยเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใดนั ้น ต้องใช้วิธีการตรวจทางห้องป ฏิบัติการจึงจะทราบ ทั้งนี้หากมีอาการของ โรคตับ อักเสบเรื้อรัง ก็มักจะเกิดจ ากไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือ ซี คนส่วนมากยังเข้าใจผิดกันอย ู่ว่าคนที่เป็นพาหะ ไวรัสตับ อักเสบ ไม่ใช่ผู้ป่วย เพราะไม่มีอาการ จึงไม่ตรวจประเมินอาการ แต่แท้จริงแล้วคนที่เป็นพาห ะ ถือว่าเป็นผู้ป่วยด้วย เพราะมีการทำลายตับอย่างต่อ เนื่อง เพียงแต่ยังไม่รุนแรงเท่ านั้น ดังนั้น ผู้ที่เป็นพาหะควรมาตรวจประ เมินเพื่อติดตามเป็นประจำทุ ก 6 เดือน เพื่ออัพเดทความเป็นไปของโร ค นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจผิ ดหลายประการเกี่ยวกับการติด ต่อของ ไวรัสตับอักเสบซี โดยคนเราไม่สามารถติดเชื้อไ วรัสตับอักเสบซีจากสถานการณ ์เหล่านี้ ได้แก่ การใช้ห้องน้ำร่วมกัน, การใช้ภาชนะในการรับประทานอ าหารและดื่มร่วมกัน, การไอ จาม จูบกอด, การว่ายน้ำในสระเดียวกัน, ยุง แมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้น โดยปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้อง กันไวรัสตับอักเสบซี ที่ได้ผลเป็นที่ยอมรับ จึงควรระวังการติดเชื้อผ่าน ทางเลือดและเพศสัมพัทธ์ อาทิ ไม่ใช้มีดโกนหนวด ไม่ใช้อุปกรณ์สัก-เจาะร่วมก ันใช้ถุงยาง...

แพทย์ยังไม่ได้ให้ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเพราะอะไร

รูปภาพ
ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี บางท่านอาจจะด้วยอาการที่ไม่แสดงออกรุนแรง จึงทำให้ดูแลรักษาตัวเองไม่ดี แพทย์ผู้รักษาจะพิจารณาเหตุอันสมควร ที่ยังไม่สามารถได้รับการรักษาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ได้แก่ กรณีดังต่อไปนี้ - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่ยังไม่สามารถหยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ เพราะตัวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลให้การตอบสนองต่อการรักษาลดลง - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่ยังฉีดสารเสพติดหรือยังมีพฤติกรรมชอบสักหรือเจาะตามร่างกาย จากร้านที่ไม่มีมาตรฐาน เพราะจะมีโอกาสที่การติดเชื้อซ้ำหรือเพิ่มได้สูงมากขึ้น - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่มีอาการตับแข็งในระยะสุดท้าย - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่มีอาการตับวายและไตวายเรื้อรัง - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่มีอาการทางจิตอย่างรุนแรง โรคซึมเศร้า - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีทีเป็นโรคภูมิต้านต่อต้านเนื้อเยื่อตัวเอง (SLE) เพราะอาจส่งผลให้ตับอักเสบจากภูมิต้านทานตนเอง - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่ได้รับการเปลี่ยนอวัยวะในร่างกาย เช่น ไต หัวใจ ปอด เป็นต้น - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่มีสภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ - ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซ...

ไวรัสตับอักเสบซีรักษาอย่างไร

รูปภาพ
เมื่อติดเชื้อไวรัสตับอักเส บซีแล้วจะรักษาอย่างไร เป้าหมายการรักษาในปัจจุบัน  คือ การกำจัดเชื้อให้หายขาดอย่า งถาวร โดยประเมินจากจำนวนเชื้อ ไวร ัสตับอักเสบซี ในเลือดหลังการรักษาด้วยย า การทำให้พยาธิสภาพของตับดีข ึ้น ทำให้ตับอักเสบหายไป ป้องกันตับแข็งและมะเร็งตับ ยามาตรฐานที่มีในประเทศไทยใ นปัจจุบันได้แก่ ➡️ Pegylated interferon alfa-2a และ alfa-2b ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ➡️ Ribavirin รับประทาน ขนาด 800-1200 มิลลิกรัม/วัน ➡️ Boceprevir รับประทาน ขนาด 800 มิลลิกรัม/วัน วันละ 3 ครั้ง ➡️ Sofosbuvir รับประทานขนาด 400 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ➡️ Daclatasvir รับประทานขนาด 60 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ➡️ Ledipasvir รับประทานขนาด 90 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไวรัสเกิดการ ดื้อยาได้ง่าย การใช้ยารักษาต้องใช้ยาหลาย ชนิดที่มีกลไกการออกฤทธิ์ใน การฆ่าเชื้อไวรัสในแตกต่างก ันร่วมกัน ซึ่งการติด เชื้อไวรัสตับอัก เสบซี แต่ละสายพันธุ์จะมีสูต รยาที่ใช้รักษาและเวลาการรั กษาแตกต่างกันด้วย โดยทั่วไปใช้เวลารักษานาน 12-48 เดือน แต่ในระหว่างการรักษา แพทย์จะประเมินผลการรักษาเป ็นระยะ เพื่อปรับแผนการร...

คำแนะนำเกี่ยวกับยารักษาไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีตัวยา ที่สามารถทานเพื่อรักษาโรคไ วรัสตับอักเสบซีได้หายขาดแล ้ว ยังมีการวิธีรับประทานยาสูต รผสมต่างๆ  ทั้งขนาดยาและระยะเวลาในการ รับประทานยา ควรจะอยู่ในดุลพินิจของแพทย ์ผู้รักษาเป็นกรณีผู้ป่วยไป ค่ะ  โดยแพทย์จะพิจารณาจาก ➡️   ข้อบ่งใช้ของยาต่อโรค  ➡️  ปริมาณเชื้อไวรัสตับอักเสบซ ีที่ตรวจพบในเลือด ➡️  การตอบสนองของร่างกายต่อยาท ี่ใช้ ดังนั้นหากผู้ป่วยที่กำลังไ ด้รับยาอยู่ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพท ย์อย่างเคร่งครัด ในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิ บัติตนระหว่างได้รับยาเหล่า นี้ และให้สังเกตอาการผิดปกติต่ างๆ หากท่านมีอาการไม่พึงประสงค ์จากยา (ผลข้างเคียง) ที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อกา รใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบไปพบแพทย์ ไปโรงพยาบาลก่อนกำหนดที่แพท ย์นัดได้ เพื่อรับการรักษาอาการไม่พึ งประสงค์ดังกล่าว  อนึ่ง ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี  สามารถรับประทานตอนท้องว่าง  หรือพร้อมอาหารก็ได้ค่ะ ก่อนทานยารักษาโรคไวรัสตับอ ักเสบซี ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ผู้ร ักษาถึงประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร หรือสารเคมี รวมถึงโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โร...