บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ไขมันพอกตับ

ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีกับอาหารที่ควรเลี่ยง

รูปภาพ
อาหารที่คนเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี ที่มี ภาวะไขมันพอกตับ ร่วมด้วย ควรเลี่ยงได้แก่ อาหารไขมันสูง      อย่างเช่น นม เนย กะทิ ชีส อาหารทะเล ไข่แดง ซึ่งมีแคลอรี่สูงมาก รวมไปถึงอาหารทอด เบเกอรี่ เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ อาหารแปรรูปที่มีส่วนประกอบของไขมันสัตว์ เช่น ไส้กรอก กุนเชียง อาหารอะไรก็ตาม ที่มีไขมันสูง ทุกชนิดควรหลีกเลี่ยง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์      การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเพิ่มภาระให้ตับทำงานหนักมากขึ้น และแอลกอฮอล์ยังอาจเหนี่ยวนำ การเกิด ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และโรคตับอื่นๆ เข้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ลดคาร์โบไฮเดรต      อาหารประเภทแป้ง ข้าว หากร่างกายได้รับมาก ๆ และไม่ได้นำออกไปใช้เป็นพลังงาน ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลสะสมเหล่านี้เป็นไตรกลีเซอไรด์ เสี่ยงต่อ ภาวะไขมันพอกตับ มากขึ้น โดยเฉพาะในมื้อเย็นควรทานอาหารประเภทแป้งให้น้อยลง น้ำอัดลม น้ำหวาน ชาเย็น กาแฟเย็น      น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ปั่น รวมทั้งชาเย็น กาแฟเย็นที่มีส่วนผสมของนมข้นหวาน ครีม เป็นเครื่องดื่มที่มีปริมา...

ลืมทานยาไวรัสตับอักเสบซีทำอย่างไรดี ?

รูปภาพ
ลืมทานยาไวรัสตับอักเสบซีทำอย่างไรดี ? ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี ในระหว่างที่กำลังรักษาตัวอยู่และกำลังทาน ยาไวรัสตับอักเสบซี ควรจะต้องมีการตรวจเลือดอยู่บ่อยครั้ง เพื่อดูผลการทำงานของตับ รวมทั้งแพทย์ผู้รักษา อาจนัดผู้ป่วยมาเจาะเลือดเพื่อวัดจำนวนเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเป็นระยะ เพื่อเก็บเป็นข้อมูลวินิจฉัยในการรักษาคนไข้แต่ละราย ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี ควรรับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด และใส่ใจในการทานยาให้มาก อย่าปรับเปลี่ยนปริมาณยา เวลาที่ทาน หรือหยุดทานยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะนั่นส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา เชื้อไวรัสตับอักเสบซี   กรณีที่ลืมทานยาไวรัสตับอักเสบซีตามกำหนดเวลาเดิม ให้รีบทานทันทีที่นึกขึ้นได้ เช่น ปกติทานยาตอน 8 โมงเช้า แต่ตอนนั้น 10 โมงแล้ว ก็ให้ ทานยาตอนนั้นเลย หรือหากเลยเวลาเป็นอีกวันไปแล้วให้ทานยาตอน 8 โมงเช้าของอีกวัน อย่าเพิ่มปริมาณยาโดยเด็ดขาด ควรเก็บยารักษาไวรัสตับอักเสบซี ไว้ใน อุณหภูมิห้องปกติ ที่ไม่มีแสงแดดส่องถึงหรือไม่ควรเก็บยาไว้ในห้องที่อับชื้น หากต้องเดินทางควรพก ยาไวรัสตับอักเสบซี ติดตัวไว้ แต่อย่าทิ้งไว้ในกระเป๋าหรือในรถเพื...

ไวรัสตับอักเสบซีที่มีภาวะไขมันพอกตับร่วม

รูปภาพ
ไวรัสตับอักเสบซีที่มีภาวะไขมันพอกตับร่วม มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี จำนวนมาก ที่มักจะตรวจพบว่ามีภาวะไขมันพอกตับร่วมด้วย ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายของผู้ติดเชื้อไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานเข้าไป ออกมาใช้งานให้หมด จึงสะสมเป็นไขมันในรูปของ ไตรกลีเซอไรด์ ในตับนั่นเอง สัญญาณเตือน ที่อาจบ่งชี้ว่าตับของคุณเริ่มมีปัญหา จากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี จนเข้าสู่ภาวะไขมันพอกตับ มีดังนี้ เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น มีพุง หรือไขมันส่วนเกิน ลดน้ำหนักยากกว่าคนอื่นหรือเพื่อนๆ ด้วยกัน ตรวจเช็คระดับคอเลสเตอรอลสูง ตรวจพบไตรกลีเซอไรด์ในเลือด มีค่าสูง ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานร่วมด้วยกับการติดเชื้อ รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ทำงานไม่ได้ เจ็บตึงบริเวณชายโครงด้านขวาด้านบนอยู่บ่อยครั้ง มีอาการเบื่ออาหาร หรือคลื่นไส้ อาเจียนบ่อย หากมีอาการเหล่านี้ให้ รีบพบแพทย์   เพื่อวินิจฉัยภาวะไขมันพอกตับให้เร็วที่สุด  โดยผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี จะต้องทำการรักษาในส่วนของจำนวนไวรัสให้ลดลงเสียก่อนหรืออยู่ใน สภาวะที่หายขาด แล้ว จึงจะเริ่มรักษาภาวะไขมันพอกตับ...

จะรู้ได้อย่างไรว่า "สุขภาพตับ" เราเป็นอย่างไรบ้าง

รูปภาพ
จะรู้ได้อย่างไรว่า "สุขภาพตับ" เราเป็นอย่างไรบ้าง เป็นคำถามที่ทุกคนสงสัย แต่ไม่ค่อยหาคำตอบให้กับสุขภาพตับของตนเอง ปล่อยปละละเลยจนนำไปสู่การเป็น โรคไขมันพอกตับ หรือตับอักเสบประเภทอื่นๆ ดังนั้น การเช็คค่าต่างๆ จากเลือดสามารถบอกได้ความเป็นไปของโรคได้ในเบื้องต้น  ตอนไป ตรวจสุขภาพ มีค่าอะไรบ้าง เรามาเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจกันเลย LFT (Liver Function Test) คือ การตรวจการทำงานของตับ จะเป็นการตรวจหาเอ็นไซม์และสารต่างๆ ในเลือดที่บ่งชี้ความผิดปกติของการทำงานของตับนั่นเอง หากมีค่าเกินภาวะสมดุล แสดงว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับหรือ โรคตับอักเสบ ได้ ALT และ AST เป็นตัวบ่งชี้ค่าเอนไซม์พื้นฐานของตับ หากมีค่าที่สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน แปลว่าอาจอยู่ในภาวะตับอักเสบ Total protein = Albumin + Globulin เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการทำงานของตับในการผลิตโปรตีน Total Bilirubin และ Direct Bilirubin เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณของเสียที่เกิดจากการตายของเม็ดเลือดแดง เพื่อบอกให้รู้ว่าเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของตับ ท่อน้ำดี หรือเม็ดเลือด Alkaline Phosphatase (ALP) และ Gamma Gl...

อาหารทำลายตับที่ควรหลีกเลี่ยง

รูปภาพ
อาหารทำลายตับที่ควรหลีกเลี่ยง รู้หรือไม่ว่า “ตับ” เป็นอวัยวะในร่างกายชนิดหนึ่งที่ถูกทำลายมากที่สุดในจำนวนอวัยวะที่มีอยู่ของมนุษย์ ซึ่งมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมของคนไทย จึงทำให้อัตราส่วนในการเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง โรคตับแข็ง ไขมันพอกตับ มะเร็งตับ ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี โดยเฉพาะโรคไขมันพอกตับจะพบในกลุ่มประชากรชาวไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี สาเหตุหนึ่งมาจากการดื่มเครื่องดื่มที่มี แอลกอฮอล์ กระบวนการที่ตับกำจัดแอลกอฮอล์ จะเกิดกรดไขมันขึ้นมา ซึ่งกรดไขมันก็จะถูกสร้างให้เป็นไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งไปแทรกอยู่ในเนื้อตับ เป็นลักษณะของไขมันที่มาพอกที่ตับ ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบ แล้วอาจนำไปสู่โรคตับแข็ง การทำงานของตับผิดปกติ หากไม่รีบเข้ารับการรักษา อาจส่งผลกระทบถึงชีวิตได้ อาหารบำรุงตับ อาหารทำลายตับ ที่ควรหลีกเลี่ยง หลักๆ เลยคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท อาหารหมักดอง ที่จะมีสารกลุ่มไนเตรท ไนไตรท์ ดินประสิว และอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อตับ รวมไปถึงอาหารสุกๆ ดิบๆ อย่าง ปลาร้า ปลาดิบ ซาซิมิ (อาหารญี่ปุ่น) เป็นต้น ที่เป็นสาเหตุของ โรคพยาธิใบไม้...