บทความ

เมื่อเป็นไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง

รูปภาพ
เมื่อเป็นไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ต้องปฏิบัติดังนี้ หากตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ผู้ป่วยควรใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน เลือกรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ลดอาหารจำพวกแป้ง ของหวาน และของมัน เพราะจะทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ ตับจะยิ่งอักเสบมากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงยาสมุนไพรและอาหารเสริมต่างๆ นอกจากเรื่องของอาหาร ผู้ป่วยต้องหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เดินทางไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์เป็นระยะ และห้ามบริจาคโลหิตโดยเด็ดขาด! แม้ไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังจะก่อให้เกิดภาวะตับแข็งและโรคแทรกซ้อนต่างๆ มากมาย แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้ หากตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งแตกต่างกับไวรัสตับอักเสบบีที่โอกาสรักษาให้หายขาดนั้นมีอยู่น้อยมาก รวมไปถึงชนิดสายพันธุ์ที่ผู้ป่วยเป็นก็ส่งผลให้ระยะเวลาในการรักษาและโอกาสหายขาดแตกต่างกันออกไปด้วยนั่นเอง สนใจยารักษาไวรัสตับอักเสบซีติดต่อที่นี่ Line id: thaihcv

สาเหตุของผู้ป่วยตับแข็ง

รูปภาพ
หนึ่งในสาเหตุของผู้ป่วย ตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ เกิดมาจากการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตัวร้ายที่ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี โดยผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังกว่า 1 ใน 4 จะเกิดภาวะตับแข็ง หลังได้รับเชื้อประมาณ 20 ปี แต่หากผู้ป่วยเป็นเพศชาย หรือเป็นคนที่ชอบดื่มสุราเป็นประจำ รูปร่างอ้วน หรือมีการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี ร่วมด้วย มักจะเกิดภาวะตับแข็งได้เร็วขึ้น โดยเมื่อเกิดภาวะตับแข็งแล้วจะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น น้ำในช่องท้องหรือท้องมาน ตัวเหลือง ตาเหลือง เลือดออกในทางเดินอาหาร กล้ามเนื้อลีบ และมะเร็งตับในที่สุด สนใจยารักษาไวรัสตับอักเสบซีติดต่อที่นี่ Line id: thaihcv

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีร่วมกับเอชไอวี

รูปภาพ
ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีร่วมกับเอชไอวี แพทย์จะต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ในการรักษา ดังต่อไปนี้ - ผู้ป่วยจะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป - ตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบซีและ HIV ในเลือด - ผู้ติด HIV ที่รักษาตัวเองดีจนแทบไม่เจอเชื้อในกระแสเลือด - มีระดับ CD4 (ภูมิคุ้มกัน) มากกว่า 350 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิลิตร - ตรวจพบความยืดหยุ่นของตับได้ค่า > 7 kPa - ไม่มีข้อห้ามในการรักษา เช่น อาการแพ้ยา โรคประจำตัวร้ายแรง หรือยังไม่สามารถหยุดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ดังนั้นการไปตรวจหาเชื้อ HIV ควรตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบซีร่วมด้วยเสมอ เพราะหากมีการติดเชื้อทั้งคู่ จะได้มีการติดตามจากแพทย์อย่างใกล้ชิดและถูกขั้นตอน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อลุกลามกลายเป็นตับแข็งและมะเร็งตับต่อไปในที่สุดค่ะ Cipla ผู้ประกอบการรายหลักๆ ของตลาดยาโรงพยาบาล ของบ้านเ ราที่เรารู้จัก ยาทั้งสองตัวนี้ คือ HepCDac กับ HepCvir  ทานวันละเม็ด เหมือนกัน สามเดือน 'Hepcvir-L' ผลิต โดย Cipla HEPCVIR-L เป็น ชุด ยา FDC sofosbuvir  และ ของ ledipasvir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์ต้านไวรัสตับอักเสบซี (HCV) โด...

HIV และไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
HIV และไวรัสตับอักเสบซี มีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่นะคะ เพราะการติดต่อค่อนข้างคล้ายกัน ในบางกลุ่ม เช่น กลุ่มชายรักชาย เพศที่สาม กลุ่มนัดทางออนไลน์หรือกลุ่มที่ใช้เข็มฉีดสารเสพติดร่วมกัน จะติดทั้งเชื้อ HIV โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และไวรัสตับอักเสบซี เมื่อเกิดสภาวะนี้แล้ว ผู้ติดเชื้อจะสามารถส่งต่อไวรัสเหล่านี้ได้ ในอัตราที่สูงกว่าปกติ มากกว่าผู้ที่ติดเชื้อใดเชื้อหนึ่งเพียงอย่างเดียว และการดำเนินของโรคก็มีความรุนแรงมากยิ่งกว่าผู้ติดเชื้อทางอื่น ในรายที่เป็นผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์สามารถส่งถ่ายเชื้อ HIV  และไวรัสตับอักเสบซีไปสูงลูกได้ถึง 20% และทางเพศสัมพันธ์ได้มากกว่าปกติ 3% ผู้ติดเชื้อ HIV ร่วมกับไวรัสตับอักเสบซี มีความเสี่ยงถึง 90% ที่จะเกิดอาการตับอักเสบเรื้อรัง เมื่อเทียบกับผู้ที่ติดเชื้อใดเชื้อหนึ่งเพียงอย่างเดียว และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะมีการดำเนินต่อของโรคเป็นตับแข็งขึ้น 2-5 เท่า ตับวาย 16 เท่า และมะเร็งตับ 6 เท่า เลยนะคะ เพราะฉะนั้นผู้ติดเชื้อ HIV ร่วมกับไวรัสตับอักเสบซีด้วย จะต้องมีการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด และเฝ้าคอยติดตาม ผลกา...

7 อาหารต้องห้ามของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
ใครว่าการดูแลตัวเองเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการที่บริโภคของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีไม่สำคัญ เพราะคนที่เป็นโรคนี้ ไวรัสจะเข้าไปทำลายตับโดยตรง และตับนั้นก็ทำหน้าที่เหมือนตัวกรองอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องหลีกเลี่ยง อาหารที่ไม่ทำให้ตับของคุณเองต้องทำงานหนักขึ้นไปอีกนั่นเองค่ะ 1. อาหารที่มีไขมันสูง ของมัน ของทอดต่างๆ 2. อาหารที่ไม่ได้ถูกปรุงให้สุก หมูดิบ ปลาดิบ เนื้อดิบ 3. อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 4. ชา กาแฟ น้ำอัดลม (คาเฟอีนมีส่วนให้ตับทำงานหนัก) 5. วิตามินรวม โดยเฉพาะวิตามินเอและบี 6. อาหารที่มีโซเดียมสูง อาหารหมักดอง 7. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีหากสามารถลดหรืองดสิ่งเหล่านี้ได้ก็จะช่วยให้การรักษาหายได้เร็วมากขึ้น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขค่ะ สนใจยารักษาไวรัสตับอักเสบซีติดต่อที่นี่ Line id: thaihcv

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเข้าให้แล้ว? อย่างที่เคยบอกค่ะว่า ผู้ที่ติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบซี มักจะไม่ทราบว่าตัวเองกำลังป่วยด้วยไวรัสตับอักเสบซี เพราะจะมีอาการเพียงแค่เป็นไข้ เป็นหวัด ปวดเมื่อยตามตัวเหมือนการเป็นไข้ทั่วๆ ไป ซึ่งอาการเหล่านี้เอง ทำให้เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าเรากำลังติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอยู่หรือไม่ จนกระทั่งอาการเริ่มแสดงออกหนักขึ้น เช่น มีอาการตับอักเสบ ตัวเหลือง ตาเหลือง ตับจะทำงานหนักกว่าปกติเพื่อต่อต้านกับเชื้อไวรัสซี อาการเหล่านี้จะช่วยบ่งชี้ได้ว่าเรากำลังติดเชื้ออยู่นั่นเอง อย่างไรก็ตามอาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ เมื่อร่างกายสร้างภูมิต้านทานเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้แล้ว และมักจะเป็นแล้วหายภายใน 6 เดือน หลังจากนั้นจะไม่กลับมาเป็นอีก แต่สำหรับผู้ที่ป่วยไวรัสตับอักเสบซีมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป นั่นแปลว่าอาจจะกำลังเป็นโรค ไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง อยู่! เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสนี้ได้ แต่ผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังส่วนใหญ่จะได้รับเชื้อมาตั้งแต่เด็กๆ หรือนานมากๆ จนเป็นโรคเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ มาจนกระทั...

ค่าใช้จ่ายในการตรวจไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ทำด้วยการเจาะเลือดตรวจดู การทำงานของตับ เพื่อดูว่ามีการอักเสบของตับหรือไม่ และมากน้อยขนาดไหน นอกจากนี้ยังพอจะบอกว่าตับยังทำงานได้ดีขนาดไหนเพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์พิจารณาในการรักษาต่อไป การตรวจหาระดับ ภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบซี หรือตรวจหาเชื้อในน้ำเหลือง หรือที่เรียกว่า "แอนติ เอช ซี วี (Anti-HCV)" โดยจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 300-400 บาท (แล้วแต่สถานพยาบาลทั้งนี้ยังไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์อื่นๆ) และรอผลประมาณ 3-7 วัน ในรายที่ผลเป็นบวก ควรตรวจยืนยันด้วยการตรวจไวรัสโดยตรง การตรวจอัลตราซาวนด์ในกรณีที่สงสัยว่าผู้ป่วยจะมีภาวะตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ แล้วหรือยัง การเจาะเนื้อตับเพื่อช่วยยืนยันว่า ผู้ป่วยมีภาวะไวรัสตับอักเสบซี นอกจากนี้ยังช่วยบอกได้ว่ามีการอักเสบมากน้อยแค่ไหนได้ด้วยค่ะ Cipla ผู้ประกอบการรายหลักๆ ของตลาดยาโรงพยาบาล ของบ้านเ ราที่เรารู้จัก ยาทั้งสองตัวนี้ คือ HepCDac กับ HepCvir  ทานวันละเม็ด เหมือนกัน สามเดือน 'Hepcvir-L' ผลิต โดย Cipla HEPCVIR-L เป็น ชุด ยา FDC sofosbuvir  และ ของ ledipasvir ซึ่งเป็นยาต้านไวร...