บทความ

เมื่อรู้ตัวว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
ผู้ใหญ่หลายคนมัวรอให้มีอาการที่เกี่ยวข้องกับไวรัสตับอักเสบซีกำเริบก่อนถึงจะไปตรวจคัดกรองเชื้อนะคะ อยากจะแนะนำว่าไม่ควรรอว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ มีโอกาสควรหาเวลาไปตรวจคัดกรองภูมิของร่างกายต่อไวรัสตับอักเสบซี หรือภาษาแพทย์เรียกว่า แอนติเอชซีวี (Anti-HCV) ต้องทราบในส่วนนี้ก่อนว่า ไม่ใช่ภูมิต้านทานที่มีต่อไวรัสตับอักเสบซีนะคะ แต่เป็นภูมิที่บอกว่า เคยคิดหรือคิดเชื้ออยู่ หมายความว่า หากผลตรวจเป็นบวก (positive) จะหมายถึงเคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแต่หายไปแล้ว หรือเคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีและกำลังมีเชื้ออยู่ในตับขณะนี้ ใครที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมาใหม่ๆ จะเกิดอาการตับอักเสบมากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันออกไปตามภูมิคุ้มกันของร่างกาย คน 100 คนที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี 15-20 คนเชื้อจะถูกร่างกายทำลายและหายไปได้เอง แต่ประมาณ 80-85 คนจะกลายเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง และทั้งร้อยคนนี้ไม่ว่าจะหายจากโรคไวรัสตับอักเสบซีหรือไม่ เวลาที่ตรวจเลือดก็ยังจะพบ Anti-HCV ไปตลอด Cipla ผู้ประกอบการรายหลักๆ ของตลาดยาโรงพยาบาล ของบ้านเ ราที่เรารู้จัก ยาทั้งสองตัวนี้ คือ HepCDac กับ HepCvi...

การใช้ยาเพื่อรักษาไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
การใช้ยาเพื่อรักษาไวรัสตับอักเสบซี จำเป็นต้องอยู่ในการพิจารณาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การรักษาไวรัสตับอักเสบซีที่ถูกต้องด้วยยาที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน สามารถทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งหายขาดจากโรคไวรัสตับอักเสบซีได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีให้หายได้ทั้งหมดทุกคน แต่โดยภาพรวมผลของการรักษาไวรัสตับอักเสบซีก็ดีกว่าไวรัสตับอักเสบบีมาก ซึ่งการรักษาจะช่วยยืดอายุของผู้ป่วยให้อยู่ได้นานขึ้น ดีกว่าไม่รู้และไม่รักษาเลย การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบซีที่ดีที่สุดก็เหมือนกับการป้องกันเชื้อ HIV คือ ไม่ใช้ของมีคมหรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือมีการให้เลือดโดยไม่ได้ตรวจ ซึ่งหากระมัดระวังอย่างดี นอกจากจะปลอดภัยทั้งจากไวรัสตับอักเสบซีแล้ว ยังปลอดภัยจากภาวะเอดส์ด้วย ปัจจุบันไวรัสตับอักเสบซี ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน การมีสุขภาพแข็งแรงเป็นความโชคดีของชีวิต ดังนั้น ทุกคนจึงควรรักษาสุขภาวะของตนเองเอาไว้ให้นานที่สุด เพราะการเจ็บป่วยไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดย่อมทำให้เกิดความทุกข์ใจ แล้วยิ่งหากเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และเป็นโรคอันตราย ก็ยิ่งก่อให้เกิดความวิตกกังวลและความเครียด วิธีที่ดีที่สุด คือ...

วินิจฉัยเลือดเพื่อหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ

รูปภาพ
การตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจเลือดหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV)  โดยวิธี enzyme immunoassay (EIA) ถ้าเจอแสดงว่าเป็นไวรัสตับอักเสบซี  HCV RNA โดยวิธี polymerase chain reaction (PCR)  ถ้าให้ผลบวกแสดงว่าเป็นไวรัสตับอักเสบซี หรืออาจจะต้องมีการเจาะเลือด ตรวจการทำงานของตับพบว่ามีการอักเสบของตับ  ส่วนในบางรายต้องตรวจโดยการเจาะชิ้นเนื้อตับ เพื่อการวินิจฉัย  เมื่อพบแล้วแพทย์จะดำเนินการรักษาตามระยะอาการ  หากเป็นไวรัสตับอักเสบซีระยะเฉียบพลันก็จะให้รักษาตามอาการ  หากเป็นไวรัสตับอักเสบซีระยะเรื้อรังก็จะรักษาด้วยการรับประทาน ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี เพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสตับอักเสบซี สนใจยารักษาไวรัสตับอักเสบซีติดต่อที่นี่ Line id: thaihcv

ภาวะอักเสบของเซลล์ตับ

รูปภาพ
ตับอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดการอักเสบของเซลล์ตับ ทำให้การทำงานของตับผิดปกติ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบในแต่ละชนิด ทำให้เกิดตับอักเสบ แบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังได้ ในที่นี้จะขอพูดถึงการติดต่อของไวรัสตับอักเสบซี การติดต่อของไวรัสตับอักเสบซีสามารถติดต่อผ่านการได้รับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือด เช่น เกล็ดเลือด หรือพลาสมา ก่อนปี พ.ศ. 2533 มารดาที่มีเชื้อไวรัสสู่ทารกระหว่างคลอด การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง การใช้สารเสพติดชนิดฉีด การเจาะหู สักร่างกาย ฝังเข็ม ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อและไม่ได้มาตรฐาน และการใช้ของมีคมร่วมกัน เช่น กรรไกร มีดโกนหนวด เป็นต้น อาการของไวรัสตับอักเสบซี แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ไวรัสตับอักเสบซีระยะเฉียบพลัน และไวรัสตับอักเสบซีระยะเรื้อรัง ผู้ที่ติดเชื้อจะมีภาวะติดเชื้อระยะเรื้อรังถ้าหากมีเชื้ออยู่ในร่างกายนานกว่า 6 เดือน โดยในระยะเฉียบพลัน จะมีอาการเริ่มมีไข้ ปวดข้อ ตัวเหลือง ตาเหลือง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องใต้ชายโครงขวา ตรวจพบค่าการทำงานของตับผิดปกติ ไวรัสตับอักเสบซีระยะเรื้อรัง แบ่งได้ 2 กลุ่มเช่นกัน หนึ่งกลุ่มพาหะ คือระยะที่เชื้อไวรั...

การเจาะชิ้นเนื้อตับตรวจไวรัสตับอักเสบซี

รูปภาพ
การเจาะชิ้นเนื้อตับไปตรวจก่อนทำการรักษานั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เพราะการตรวจเลือดเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถบ่งบอกพยาธิสภาพที่แท้จริงได้ และการรักษาไวรัสตับอักเสบซีที่มีอาการเรื้อรังก็จะเริ่มทำการรักษาเมื่อมีอาการอักเสบเข้าสู่ขั้นปานกลางจนถึงขั้นตับแข็งในระยะต้น เนื่องจากยังสามารถควบคุมและติดตามได้ หากดูแลดีระยะเวลาที่กว่าจะกลายเป็นไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังก็ใช้เวลาหลายปี ในกรณีที่ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีที่เกิดจากสายพันธุ์ 2 และ 3 ควรปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับรายละเอียดมากกว่านี้ ในกรณีที่ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีเป็นตับแข็งแล้ว หากอาการกำเริบมากหมอจะพิจารณาให้มีการปรับเปลี่ยนยา ทั้งนี้หากไม่ทำการเจาะชิ้นเนื้อตับไปก่อน รักษาไปอย่างงูๆ ปลาๆ อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน รักษาไม่ประสบผลสำเร็จ แพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ การเจาะตับจึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรักษา Cipla ผู้ประกอบการรายหลักๆ ของตลาดยาโรงพยาบาล ของบ้านเ ราที่เรารู้จัก ยาทั้งสองตัวนี้ คือ HepCDac กับ HepCvir  ทานวันละเม็ด เหมือนกัน สามเดือน 'Hepcvir-L...

ไวรัสตับอักเสบซีกับอาหารหลักห้าหมู่

รูปภาพ
ผู้ป่วยเป็น ไวรัสตับอักเสบซ ีควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ไม่ควรรับประทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมาก จนเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดโรคอ้วน ที่เป็นสาเหตุเสี่ยงต่อไขมันไปเกาะตับ ทำให้เกิดอาการ ตับอักเสบ มาก ขึ้น ไม่ควรรับประทานอาหารเสริม วิตามิน สมุนไพร หรือยาบำรุงใดใด ตามคำอ้างโฆษณาที่เชื่อว่าจะทำให้ตับอักเส บดีขึ้นหรือหายขาดได้ เพราะนั่นยิ่งจะทำให้เกิดอันตรา ยต่อตับมากขึ้น ได้แก่ ใบขี้เหล็ก บอระเพ็ด มะรุม กระชายดำ เป็นต้น รวมถึง ว่าน สาหร่าย และ ชา ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การทานวิตามินเสริ มที่มากเกินไปก็ส่งผลให้ตับ เสียเร็วมากขึ้น เช่น การรับประทานธาตุเหล็ก วิตามินเอ ฯลฯ ทั้งนี้ควรขอคำแนะนำจากแพทย ์ผู้รักษาจะดีที่สุด สนใจยารักษาไวรัสตับอักเสบซีติดต่อที่นี่ Line id: thaihcv

Anti-HCV คืออะไร?

รูปภาพ
Anti-HCV คืออะไร? ใช่ภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบซีหรือไม่ ? อีกหนึ่งคำถามที่ยังคงต้องการคำอธิบายอย่างชัดเจนว่า Anti-HCV คือวิธีการตรวจเลือดเพื่อหา antibody ต่อไวรัสตับอักเสบซี ซึ่ง antibody ตัวนี้ไม่ได้เป็นภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบซีแต่อย่างใด แต่เป็น antibody ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการตรวจหาไวรัสตับอักเสบซีนั่นเอง เมื่อ Anti-HCV ให้ผลบวก จึงไม่ได้ความถึงการมีภูมิ แต่บ่งบอกว่าผู้ป่วยกำลังติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งค่าความไวและความแม่นยำของการตรวจ Anti-HCV มีถึง 90% แต่ถ้าใครไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เมื่อตรวจเลือดพบ Anti-HCV ก็อย่าเพิ่งตกใจเพราะมันเป็นโอกาส 50-60% เท่านั้นที่จะเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซีซึ่งจะต้องมีการตรวจเพิ่มเติม ทั้งค่าการทำงานของตับหรือค่าอื่นๆ จากแพทย์เพิ่มเติม สนใจยารักษาไวรัสตับอักเสบซีติดต่อที่นี่ Line id: thaihcv